ธนาคารน้ำใต้ดิน คือ อะไร ?

            ธนาคารน้ำใต้ดิน (Ground Water Bank) คือ การที่เราสามารถส่งน้ำฝนที่ตกตามฤดูกาลในแต่ละปี ลงไปสู่ใต้ดินในชั้นบาดาล (Confined Aquifer) ซึ่งเป็นชั้นที่มีคุณสมบัติในการเก็บอุ้มน้ำไว้ได้ดี และวิธีส่งน้ำลงไปเก็บไว้ใต้ดินตามทฤษฎี ธนาคารน้ำใต้ดิน” (Ground Water Bank) คือ การขุดบ่อให้เป็นจุดรับน้ำเพื่อเติมลงไปเก็บยังชั้นใต้ดิน (Recharge) ให้ความลึกที่ทะลุชั้นดินเหนียว  (ซึ่งกั้นไว้ทำให้น้ำฝนลงไปสู่ชั้นบาดาลไม่ได้) ขุดลึกจนถึงชั้นหินอุ้มน้ำให้น้ำฝนลงสู่ชั้นบาดาล และกลไกสำคัญที่ทำให้น้ำฝนที่มีปริมาณมากมายที่ตกในฤดูฝนไหลลงไปเติมในชั้นบาดาลได้ทันท่วงที ไม่ปล่อยให้ไหลล้นลงทิ้งสู่แม่น้ำ จากแม่น้ำไปทะเล (น้ำจืดจะกลายเป็นน้ำเค็มละใช้ไม่ได้) ก็คือบ่อที่เราขุดนี้นอกจากจะลึกถึงชั้นหินอุ้มน้ำแล้ว อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญ คือ ต้องไม่มีคันขอบบ่อ เพื่อให้น้ำไหลลงบ่อได้สะดวก และผนังบ่อต้องเอียงให้ได้องศา ทิศทางเป็นไปตามการหมุนรอบตัวเองของโลก เพราะว่าการที่โลกหมุนรอบตัวเอง (1,666.33 กม./ชม.) ตลอดเวลา และยังหมุนรอบดวงอาทิตย์ (107,200 กม./ชม.) นั้นจะทำให้เกิดแรงเหวี่ยงและเมื่อฝนตกลงมากๆและไหลรวมตัวกันมาสู่บ่อของเรา น้ำจำนวนมากนี้ก็จะถูกดูดลงไปยังชั้นบาดาลอย่างรวดเร็ว ซึ่งก็ คือ การฝากน้ำจืดลงไปเก็บในใต้ดิน เมื่อหมดฤดูฝน เราจะได้เบิกน้ำจืดมาใช้ได้ไม่ขาดแคลน จากในอดีตคนเราเจาะน้ำบาดาลขึ้นมาใช้กันโดยตลอด แต่ไม่เคยเติมน้ำกลับลงไปคืนสู่ชั้นบาดาลเลย ฝนตกลงมาก็ไหลบนชั้นพื้นผิวดินและไหลทิ้งลงแม่น้ำ ทะเลไปเฉย ๆ ปัจจุบันหลายพื้นที่น้ำบาดาลขาดแคลนในขั้นระดับวิกฤต เพราะได้แต่นำน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ (ถอน) ไม่เคยเติมน้ำ (ฝาก) กลับลงไปคืนสู่ชั้นบาดาลเลย ถึงเวลาหรือยังที่เราจะเริ่มทำธนาคารน้ำใต้ดิน (Ground Water Bank)

            ปรากฏการ น้ำผุด หรือ น้ำพุ (Spring) ที่เกิดจากการทำระบบธนาคารน้ำใต้ดิน (Ground water Bank) ของ อ.น้ำยืน จ.อุบราชธานี นั้น เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในพื้นที่อย่างจริงจัง ทั้งภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ผู้นำชุมชน ผู้นำหมู่บ้านและประชาชน ทุกชุมชน ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกอำเภอ จนปริมาณน้ำใต้ดินมีปริมาณพอทำให้เกิดแรงดันของน้ำที่กักเก็บไว้มาก ซึ่งเกิดจากระดับน้ำใต้ดินสูงกว่าระดับผิวดินในบริเวณที่เกิดน้ำพุทำให้เราเห็น น้ำไหลออกมาจากผิวดิน บางแห่งเป็นน้ำพุที่มีแรงดันสูงก็จะเห็นน้ำพุ่งออกมาแรงมาก บางแห่งก็ซึมออกมาตามแนวแตกหรือโพรงหิน เครดิต : สถาบันน้ำนิเทศศาสนคุณ และ อ.บ.ต.ยางขี้นก อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานีน้ำผุด น้ำพุ หรือ Spring ในภาษาอังกฤษ เป็นน้ำบาดาลที่ไหลออกมาสู่ผิวดิน ซึ่งเกิดจากระดับน้ำใต้ดินสูงกว่าระดับผิวดินในบริเวณที่เกิดน้ำพุทำให้เราเห็นน้ำไหลออกมาจากผิวดิน บางแห่งเป็นน้ำพุที่มีแรงดันสูงก็จะเห็นน้ำพุ่งออกมาแรงมาก บางแห่งก็ซึมออกมาตามแนวแตกหรือโพรงหิน เช่นเดียวกันกับน้ำผุดในพื้นที่ตำบลน้ำยืนนี้ ก็เกิดจากชั้นน้ำใต้ดินในโพรงของหินปูนมีระดับสูงกว่าระดับผิวดินและผิวดินหรือหินในบริเวณนั้นไม่สามารถต้านทานแรงดันน้ำใต้ดินได้ อันเนื่องจากอาจมีรอยแตกหรือโพรงทำให้น้ำสามารถดันขึ้นสู่ผิวดินได้เราจึงเห็นว่ามีน้ำพุออกมา และมีน้ำไหลออกมาตลอดปีไม่มีการแห้ง ก็เนื่องจากว่าชั้นน้ำใต้ดินนี้มีน้ำมาเติมตลอดเวลา จากการทำระบบธนาคารน้ำใต้ดิน (Ground water Bank) ระบบปิดของประชาชนในพื้นที่อย่างจริงจัง การร่วมมือกันทั้งภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ผู้นำชุมชน ผู้นำหมู่บ้าน และประชาชน ก็ทำให้ระบบธนาคารน้ำใต้ดิน (Ground water Bank) สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วม แก้ไขปัญหาภัยแล้ง และเก็บกักน้ำได้ดี จะสังเกตได้ว่าในบริเวณไร่ นา ของเกษตรกร จะมีน้ำพุลักษณะคล้ายกันนี้หลายแห่งซึ่งน่าจะพัฒนาเป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรได้อย่างยั่งยืน